ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก

S! Radio
Pop nitipong
เพลง ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก
ศิลปิน Pop nitipong
อัลบั้ม Pop nitipong
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้

am fine

S! Radio
ดราม่า
เพลง เจ็บแลกเหงา
ศิลปิน Am Fine
อัลบั้ม ดราม่า
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

ผลกระทบต่อโลกเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น

ผลกระทบต่อโลกเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme-UNEP) ได้รายงานเกี่ยวกับปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศดังนี้ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 270-290 ส่วนในล้านส่วน ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 345-350 ส่วนในล้านส่วน ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 คาดว่าปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้วิเคราะห์และคาดว่าในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2537) อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 1.5-3o ซ. และจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางดังต่อไปนี้ 1. ระดับน้ำทะเลอาจจะขึ้นสูงอีก 40-120 เซนติเมตร ซึ่งจะมีผลต่อพื้นที่ชายทะเล และ กิจกรรมต่าง ๆ ในบริเวณนั้น เช่น การเพาะเลี้ยงพืชและสัตว์ในป่าชายเลน การท่องเที่ยว เป็นต้น ในระหว่างที่โลกมีวิวัฒนาการ น้ำทะเลเคยขึ้นลงเกินกว่า 100 เมตรมาแล้ว และในคริสต์ศตวรรษที่ผ่านมาคือ ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 8-20 เซนติเมตร เชื่อกันว่าเป็นผลจากที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในบรรยากาศถึงอัตราร้อยละ 20 และการที่ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นก็เพราะน้ำทะเลขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน และน้ำแข็งในแถบขั้วโลกละลายเป็นน้ำ การที่น้ำเค็มรุกล้าเข้าสู่แม่น้ำลำคลอง น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ มากขึ้น ย่อมมีผลทำให้ระบบนิเวศปรวนแปร และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้หลายประการ 2. ทำให้ภูมิอากาศเกิดความปรวนแปร จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาพบว่า พายุไซโคลนซึ่งเคย เกิดขึ้น 3.1 ครั้ง ในคาบ 10 ปี คือ ตั้งแต่ ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) และได้เพิ่มเป็น 15 ครั้งในปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ดังนั้นจึงเกรงว่าถ้าอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น จะทำให้ลมมรสุมในคาบสมุทร >เอเซียแปซิฟิกเพิ่มกำลังแรงมากขึ้น และจะพัดเลยขึ้นเหนือไป ทำให้ฝนไปตกในท้องถิ่นกันดาร และในทางตรงกันข้ามจะทำให้เกิดความแห้งแล้งในที่ที่มีฝนตกชุก ตลอดจนจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันขึ้นในบางแห่ง บางแห่งจะเกิดปัญหาน้ำเซาะดินพังทลายลง และตะกอนซึ่งมากับน้ำขุ่นตามทางน้ำ ก็จะทำให้แหล่งน้ำตื้นเขินด้วย3. แหล่งน้ำใช้ในการชลประทานจะผันแปรไปด้วย จากการคาดคะเนหากว่าอุณหภูมิของ โลกเพิ่ม 1.5-4.50 ซ. ปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 7-15 ทั่วโลก แต่มิได้กระจายไปทุกแห่งอย่างทั่วถึง ในแหล่งที่มีน้ำมากและที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นนั้น พืชก็อาจจะเร่งการสังเคราะห์แสงขึ้น ดังนั้นจึงต้องใช้น้ำมากขึ้นเป็นเงาตามตัวและจำเป็นต้องมีการจัดสรรน้ำเพื่อการชลประทานเป็นพิเศษกว่าเดิมด้วย4. ต้องพัฒนาและปรับปรุงการเกษตรกรรม ให้เหมาะสมกับกับการเปลี่ยนแปลงทาง สภาพภูมิอากาศ และน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งอาจจะต้องแสวงหาพืชพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพของสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนการเพาะปลูกและการจำหน่ายที่มีคุณภาพ มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในสภาวะปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้5. แหล่งพลังงานได้รับผลกระทบ เนื่องจากการแปรปรวนของภูมิอากาศ เช่น การเกิดลม มรสุมต่าง ๆ อย่างรุนแรง เคยทำให้เรือขุดเจาะน้ำมันคว่ำ เกิดการเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนขัดขวางการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ พลังลม และพลังนิวเคลียร์ ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนทางภูมิอากาศด้วยเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น