ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก

S! Radio
Pop nitipong
เพลง ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก
ศิลปิน Pop nitipong
อัลบั้ม Pop nitipong
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้

am fine

S! Radio
ดราม่า
เพลง เจ็บแลกเหงา
ศิลปิน Am Fine
อัลบั้ม ดราม่า
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไปเที่ยว ปาย กันเถอะ





"ปาย" อำเภอชื่อสั้น จำง่ายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา แหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ โบราณสถาน วัฒนธรรมประเพณี รวมไปถึงรอยยิ้มและน้ำใจของคนปาย สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน และทำให้พวกเขาหวนกลับมาสัมผัสกลิ่นอายความสุขนั้นอีกครั้ง

เมืองเล็กๆ แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความโรแมนติก ด้วยถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ทุกปีเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว จำนวนนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศของประเทศต่างฝ่าฟันกับหนทางที่คดเคี้ยว เพื่อจะได้มาสัมผัสกับความโรแมนติกของเมืองปาย ว่าจะเป็นจริงสมดังคำร่ำลือหรือไม่
และแล้วปายก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ "วัดพระธาตุแม่เย็น" ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 2 กม. ที่นี่นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะเป็นจุดชมวิวเมืองปาย โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดในปาย

วัดน้ำฮู" วัดคู่บ้านคู่เมืองอีกวัดของเมืองปาย ที่นี่เป็นที่ประดิษฐาน "พระอุ่นเมือง" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองปาย มีอายุประมาณ 500 ปี เชื่อกันว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระพี่นางสุพรรณกัลยา

"บ้านสันติชล" หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ที่มีอาหารขึ้นชื่ออย่าง "ขาหมู หมั่นโถว" ทั้งยังสามารถเลือกซื้อชาพันธุ์ดี และอุปกรณ์ชงชาได้จากร้านค้าบริเวณนี้ ที่สำคัญต้องไม่ลืมทดลองเล่น "ชิงช้า" ที่น่าสนุกและหวาดเสียวเป็นที่สุด เพราะคุณจะประทับใจไปอีกนานทีเดียว

ในช่วงค่ำของทุกวันศุกร์และเสาร์ ยังมีสีสันของ "ถนนคนเดิน" เมืองปายให้บรรดาขา ช้อปได้เลือกชมสินค้าหัตถกรรม และของที่ระลึกต่างๆ มากมาย แถมด้วยการแสดงดนตรีสดท่ามกลางสายลมอันหนาวเย็น

นอกจากนี้ยังมีการล่องแก่งแม่น้ำปาย ชมความงดงามของสายน้ำ หรือเดินเล่น จิบกาแฟ เขียนโปสการ์ด และซึมซับบรรยากาศความเป็นปายให้เต็มที่ เพียงเท่านี้หัวใจเล็กๆ ของเราก็พองโตไปด้วยความสุขแล้วล่ะ



ที่มา :httphttp://www.forum.siam1.net/read.php?tid-614.html://

เตือนระวังภัยอินเตอร์เน็ตใหม่ล่าสุด "Pharming"

เหล่าอาชญากรยุคไฮเทคในปัจจุบันกำลังใช้เทคนิคใหม่ที่เข้ามาแอบขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราตลอดจนทำให้เงินออกจากกระเป๋าเราได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งอยู่ในเวลานี้ วิธีการที่เหล่าอาชญกรไฮเทคนิยมใช้ได้แก่วิธี "Phishing" และ ล่าสุดคือวิธี "Pharming"

ซึ่งอันตรายและน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า วิธี "Phishing" นั้น ใช้วิธีทางจิตวิทยา (Social Engineering) โดยการส่ง eMail มาหลอกผู้ใช้บริการ Online หรือ ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ว่าให้รีบติดต่อกลับไปที่ Web Site ของบริการ Online เช่น eBay หรือ Paypal ตลอดจน บริการอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งของธนาคาร เช่น ธนาคาร CITIBANK หรือ Bank of America เป็นต้น โดย eMail เหล่านั้นจะทำ Link หลอกผู้ใช้บริการไว้ให้คิดว่าเป็น URL ที่ Link ไปยัง Web Site ของผู้ให้บริการ แต่จริงๆแล้วเมื่อหลงคลิ๊กเข้าไปก็พบว่าถูกหลอกให้ไปยัง Web Site ปลอมที่พวกอาชญากรไซเบอร์เตรียมไว้สำหรับรอดัก Username และ Password ของเรา หลังจากนั้นเหล่าผู้ไม่หวังดีก็จะนำ Username และ Password ของเราไปใช้ในการชำระเงินต่างๆ ทำให้เราต้องเสียเงิน และ เเสียวลาในการติดต่อกับธนาคารซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ธนาคารก็จะไม่สามารถรับผิดชอบให้เราได้ เพราะเราไม่ระมัดระวัง eMail ลักษณะหลอกลวงแบบนี้ ดังนั้น เราจึงต้องพยายามสังเกตุ eMail และคอยติดตามข่าวสารเรื่องนี้ได้ที่ Anti Phishing Working Group ซึ่งมี Web Site www.antiphishing.org


สำหรับเทคนิคใหม่ที่ซับซ้อนกว่า "Phishing" นั้นได้แก่เทคนิค "Pharming" ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดิมคือส่ง eMail มาหลอกผู้ใช้บริการ Online และ ผู้ใช้บริการก็ไม่ต้องคลิ๊ก Link ที่หลอกมาแต่อย่างใด เหล่าอาชญากรไซเบอร์ใช้วิธีใหม่ที่แนบเนียนกว่า คือ การโจมตีไปที่ระบบ DNS Server ของบริษัท หรือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) โดยตรง โดยวิธีแฮกเข้าไปในระบบ DNS เลย หรือ ไม่ก็ใช้วิธีการที่เรียกว่า DNS Hijacking หรือ Poisoning ทำให้ผู้ใช้บริการที่ตกเป็นเหยื่อคิดว่าได้เข้าไปใน URL ที่ถูกต้องจริงๆ แต่ปรากฏว่า URL นั้นได้ถูก "Redirect" ไปยัง Web Site ปลอมที่อาชญากรไซเบอร์ทำรอไว้ให้หลงเข้าไปติดกับดัก

อีกวิธีหนึ่งก็คือ การแฮกเข้าที่เครื่อง Client ตามบ้าน ซึ่งใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ Broadband Internet แล้วส่งโทรจันเช่น Trojan/BankAsh-A หรือ PWSteal.Banking.A เข้ามาดักรออยู่ ในเครื่องของเหยื่อโดยตรง โทรจันตัวนี้ถือว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง ซึ่งมันจะเข้าไปแก้ไขไฟล์ HOSTS ที่อยู่ใน Sub Directory c:windowssystem32driversetc หรือ c:winntsystemsdriversetc และ เพิ่มบรรทัดที่หลอกให้เหยื่อไปยัง URL ปรกติแต่ถูก "Redirect" ไปยัง Web Site ที่อาชญากรไซเบอร์เตรียมไว้ ที่โดนกันไปก็คือ ธนาคารต่างๆในต่างประเทศ Barclays Bank และ HSBC Bank เป็นต้น

การโจมตีด้วยวิธีการ "Pharming" นี้ เหยื่อจะสังเกตุได้ยากมาก หรือ เรียกได้ว่าแทบไม่รู้ตัวเลยก็ว่าได้ เพราะ URL ที่เข้าไปก็เหมือนกับของ Web Site จริงทุกประการ แต่เป็นกลลวงที่ระบบ DNS ทำให้เหยื่อเกิดความเข้าใจผิด

สำหรับวิธีการแก้ไขในระยะสั้น นอกจากการที่เราต้องหมั่นตรวจสอบไฟล์ HOSTS ที่อยู่ในเครื่องเราบ่อยๆ แล้ว เราก็ต้องคอยอ่านข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวข้องกับเรื่อง Phishing เป็นระยะๆ จาก web site ที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น วิธีการแก้ไขในระยะยาวแบบบูรณาการ ก็คือ การใช้ระบบวิธีบริหารจัดการตรวจสอบการแสดงตัวตน IAM (Identity and Access Control Management System) ซึ่งต้องใช้ Digital Certificate มาช่วยในการตรวจสอบการเข้าถึงระบบ (Authentication Process) นั่นหมายถึง CA (Certificate Authority) และ PKI (Public Key Infrastructure) จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง นอกจากนั้น ผู้ที่ดูแล DNS Server อยู่ เช่น ผู้ให้บริการในอินเทอร์เน็ตหรือ ISP ก็ต้องคอย "Patch" เครื่อง DNS Server ของตน และหมั่นตรวจสอบประเมินความเสี่ยง (Vulnerability Assessment) ระบบของตนเองอยู่เป็นระยะๆ

ภัยอินเทอร์เน็ตในวันนี้น่ากว่าที่เราคิดไว้มาก ดังนั้นเราควรต้องหมั่น "Update" ข่าวสารความเคลื่อนไหวด้าน Information Security บ่อยๆเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอดลวงใหม่ๆทางอินเทอร์เน็ต ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าตกใจ

ที่มา : http://www.vajira.ac.th/kt/modules.php?name=News&file=article&sid=64

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

เพลงเพราะๆ

ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก - ป๊อบ นิติพงษ์

ศิลปินคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม

AOF ปองศักดิ์

ศิลปินในดวงใจ


ประวัติ นักร้องสาว ชื่อในวงการ : IU (아이유) ชื่อจริง : ลีจิอึน (이지은) วันเกิด: วันที่ 16 พฤษภาคม ปี.1993 อายุเพียง 16 ปี ส่วนสูง : 165 เซนติเมตร น้ำหนัก : 47 กิโลกรัม กรุ๊ปเลือด : เอ งานอดิเรก : อ่านหนังสือ ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง ศิลปินที่ชื่นชอบ : กัมมี่, ฮาดงคยู, เเทยัง นักแสดงที่ชื่นชอบ : คังจีฮวาน, จางเเทยัง, ฮานจิมิน ศิลปินคนโปรด : คิมเเทวู, กัมมี่, Tamia เดบิวต์งานแรกกับ LOEN Entertainment ในช่วงกันยายน ปี 2008 กับมินิอัลบั้มชื่อ Lost And Found ปี 2009 อัลบั้ม “Growing Up” กับเพลง Boo และซิงเกิ้ลต่อมาคือ You Know


วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

ผลกระทบต่อโลกเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น

ผลกระทบต่อโลกเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme-UNEP) ได้รายงานเกี่ยวกับปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศดังนี้ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 270-290 ส่วนในล้านส่วน ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 345-350 ส่วนในล้านส่วน ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 คาดว่าปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้วิเคราะห์และคาดว่าในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2537) อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 1.5-3o ซ. และจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางดังต่อไปนี้ 1. ระดับน้ำทะเลอาจจะขึ้นสูงอีก 40-120 เซนติเมตร ซึ่งจะมีผลต่อพื้นที่ชายทะเล และ กิจกรรมต่าง ๆ ในบริเวณนั้น เช่น การเพาะเลี้ยงพืชและสัตว์ในป่าชายเลน การท่องเที่ยว เป็นต้น ในระหว่างที่โลกมีวิวัฒนาการ น้ำทะเลเคยขึ้นลงเกินกว่า 100 เมตรมาแล้ว และในคริสต์ศตวรรษที่ผ่านมาคือ ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 8-20 เซนติเมตร เชื่อกันว่าเป็นผลจากที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในบรรยากาศถึงอัตราร้อยละ 20 และการที่ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นก็เพราะน้ำทะเลขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน และน้ำแข็งในแถบขั้วโลกละลายเป็นน้ำ การที่น้ำเค็มรุกล้าเข้าสู่แม่น้ำลำคลอง น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ มากขึ้น ย่อมมีผลทำให้ระบบนิเวศปรวนแปร และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้หลายประการ 2. ทำให้ภูมิอากาศเกิดความปรวนแปร จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาพบว่า พายุไซโคลนซึ่งเคย เกิดขึ้น 3.1 ครั้ง ในคาบ 10 ปี คือ ตั้งแต่ ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) และได้เพิ่มเป็น 15 ครั้งในปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ดังนั้นจึงเกรงว่าถ้าอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น จะทำให้ลมมรสุมในคาบสมุทร >เอเซียแปซิฟิกเพิ่มกำลังแรงมากขึ้น และจะพัดเลยขึ้นเหนือไป ทำให้ฝนไปตกในท้องถิ่นกันดาร และในทางตรงกันข้ามจะทำให้เกิดความแห้งแล้งในที่ที่มีฝนตกชุก ตลอดจนจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันขึ้นในบางแห่ง บางแห่งจะเกิดปัญหาน้ำเซาะดินพังทลายลง และตะกอนซึ่งมากับน้ำขุ่นตามทางน้ำ ก็จะทำให้แหล่งน้ำตื้นเขินด้วย3. แหล่งน้ำใช้ในการชลประทานจะผันแปรไปด้วย จากการคาดคะเนหากว่าอุณหภูมิของ โลกเพิ่ม 1.5-4.50 ซ. ปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 7-15 ทั่วโลก แต่มิได้กระจายไปทุกแห่งอย่างทั่วถึง ในแหล่งที่มีน้ำมากและที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นนั้น พืชก็อาจจะเร่งการสังเคราะห์แสงขึ้น ดังนั้นจึงต้องใช้น้ำมากขึ้นเป็นเงาตามตัวและจำเป็นต้องมีการจัดสรรน้ำเพื่อการชลประทานเป็นพิเศษกว่าเดิมด้วย4. ต้องพัฒนาและปรับปรุงการเกษตรกรรม ให้เหมาะสมกับกับการเปลี่ยนแปลงทาง สภาพภูมิอากาศ และน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งอาจจะต้องแสวงหาพืชพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพของสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนการเพาะปลูกและการจำหน่ายที่มีคุณภาพ มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในสภาวะปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้5. แหล่งพลังงานได้รับผลกระทบ เนื่องจากการแปรปรวนของภูมิอากาศ เช่น การเกิดลม มรสุมต่าง ๆ อย่างรุนแรง เคยทำให้เรือขุดเจาะน้ำมันคว่ำ เกิดการเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนขัดขวางการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ พลังลม และพลังนิวเคลียร์ ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนทางภูมิอากาศด้วยเช่นกัน

ทำไมการศึกษาไทยไร้คุณภาพ


ทำไมการศึกษาไทยไร้คุณภาพ

ที่ผมคิดว่าการศึกษาไทยไรคุณภาพก็เราะว่า ครูครับอย่างแรกที่ผมเจอ ก็คือว่าผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือพระพยอม มีอยู่หัวข้อหนึ่ง ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้แต่จำข้างในได้ พระพยอมท่านเล่าว่า

ครอบครัวหนึ่งมีลูก5คน
คนแรกหัวดีมาก ให้เป็นหมอ
คนที่สองหัวดี ให้เป็นวิศวะ
คนที่สามหัวพอใช้ ให้เป็นจิตรกร
คนที่สีหัวอ่อน ให้เป็นครู
คนที่ห้าโง่ ให้ไปบวช

ลองสังเกตดูว่าคนส่วนมากจะให้เรียนอาชีพที่มีแต่เงินดีๆ แล้ววันนี้ผมฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์ อาจารเล่าว่าที่ต่างประเทศใครๆก็อยากจะเป็นครูเพราะรายได้พอๆกับหมอ แค่อาจารสอนเด็กประถมชั่วโมงนึงตก4000-10000บาท แล้วแต่วิชา ส่วนตามมหาลัยจะได้มากกว่า ผมลองย้อนกลับมาคิดดูอาจเป็นเพราะว่าบ้านเค้าอาจคาครองชีพสูง ค่าจ้างครูเลยเยอะตาม อ้อลืมบอกไปครับที่เงินเดือน รัฐบาลให้เงินพอๆกับเอกชน
ลองกลับมาดูที่บ้านเราครูเงินเดือนแรกเข้าแค่ 8000 -10000บาท และต้องอยู่นานๆมากต้องทำผลงานให้ดีเงินเดือน ถึงจะเข้า29000+ ซึ่งผมคิดว่าน้อยมาก(แม่ผมเป็นครูมา25ปี)
และจากข้างบนครูมีคุณภาพน้อยมากเพราะไม่มีใครเค้าอยากเป็นครู เพราะพวก วิศวะกร และ หมอ เงินเดือนแรกเข้า เกือบ100000บาท ลองเทียบดูแล้วราวๆฟ้ากับดิน แล้วคนที่จะมาเป็นครูส่วนมากเป็นพวกคนที่ไม่ค่อยมีเงินหัวค่อนข้างปานกลาง เข้าได้แค่วิทยาลัยราชภัทร ซึ่งเป็นมหาลัยของรัฐบาล เช่นมหาลัยรามคำแหง ซึ่งสามารถเข้าและจบปริญญาตรีได้ง่ายๆแค่ทำงานส่งให้ครบ
แต่ถ้าคนที่เข้ามหาลัยดังๆได้คนที่จะมาเป็นครูน้อยมากถ้าใจไม่รักจริง หรือเป็นแค่ทางเลือกสุดท้ายก็คงไม่มีทางจะสิ้นคิดมาเป็นครู แต่ถ้าเป็นครูส่วนมากจะเข้าประจำมหาลัยดังๆซึ่งรายได้คิดเป็นชั่วโมง
ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะให้ความสำคัญกับอาชีพครูมากกว่าหลักสูตรการศึกษา (จะไหวหรอแค่ตัวรัฐบาลเองยังไม่รอดเลย) แม่ผมเล่าให้ฟังว่า ปีหน้าจะมีหลักสูตรบังคับจากเดิมบังคับหลักสูตรจบแค่ ม.3 เปลี่ยนเป็น ม.6 ลองคิดดูนะครับว่า โรงเรียน ส.ป.ร. (ขอให้ตัวย่อ) ที่ผมเรียนอยู่จบ ม.6แค่ ไม่เกิน150คน แล้วถ้าเป็นหลักสูตรบังคับเด็กจะจบมากขึ้นแต่ก็จะไม่มีคุณภาพ เพราะคนที่ไม่อยากเรียนมาบังคับให้เรียนเรียนให้ตายก็ไม่รอด ผมอยากจะเสนอกับรัฐบาล แต่ก็ไม่กล้า